รถเช่าญี่ปุ่นล่าสุด | คู่มือครบที่สุด ขับง่าย ปลอดภัย มือใหม่ก็เที่ยวได้
รถเช่าญี่ปุ่นครบที่สุด! มือใหม่–มือโปร อ่านจบขับได้เลย (ข้อมูลจริงจากไกด์ญี่ปุ่นตัวจริง)
ทวนอีกครั้ง หากคุณกำลังรู้สึกแบบนี้
✪ ต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายคน มีเด็ก มีผู้สูงอายุ
✪ ต้องการเที่ยวเต็มที่ มีเวลาที่ยืดหยุ่น ออก กลับเวลาใดก็ได้
✪ ต้องการจอดใกล้ ๆ สถานที่เที่ยว ไม่ต้องเดินเยอะ
✪ ต้องการเห็นวัฒนธรรมท้องถิ่น (โดยเฉพาะตอนหลง)
✪ คุ้นเคยกับการใช้ GPS หรือใช้ Google Map และ Internet
✪ มีโทรศัพท์สื่อสารภายในญี่ปุ่นได้ (กรณีมีปัญหา)
✪ สื่อสารภาษาอังกฤษได้พอสมควร
✪ ขับรถเป็น มีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกกฎหมาย
✪ พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎจราจรได้
✪ หากมีคุณสมบัติข้างต้น เราไปขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นกันเถอะ
ทำไมปี 2025 คนถึงนิยมเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น
เพราะการขนส่งสาธารณะเริ่มหนาแน่นมาก โดยเฉพาะโอซาก้า–เกียวโต–ฟูจิ–ฮอกไกโด ตั๋วรถไฟบางช่วงแพงขึ้น และคิวรอรถบัสตามจุดดัง ๆ อย่างคาวากุจิโกะยาวเกิน 1–2 ชั่วโมง รถเช่าจึงตอบโจทย์มากขึ้น เพราะ…
ข้อดีของการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
・ไปได้ครบหลายจุดในวันเดียว ไม่ต้องวิ่งตามรถไฟ
・เที่ยวจุดลับ จุดสวยๆ ที่รถไฟไม่ถึง
・เหมาะกับครอบครัว เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ
・สัมภาระเยอะก็ไม่ลำบาก
・คุ้มมากในทริปที่มี 3–6 คน
ข้อเสีย (ที่ต้องรู้ก่อนขับ)
・ค่าทางด่วนญี่ปุ่นแพงกว่าที่คิด
・ที่จอดรถในเมืองหายาก
・ถนนบางเมืองเล็กมาก โดยเฉพาะย่านบ้านคน
・หิมะ/น้ำแข็งอาจต้องใช้ทักษะเพิ่ม
อ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้วิธีจัดการทุกอย่างแบบง่ายที่สุด
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับเช่ารถในญี่ปุ่น (อัปเดตล่าสุด)
1) ใบขับขี่สากล (IDP) ไทยใช้รุ่นปี 1949 เท่านั้น (ไม่ใช่แบบการ์ดใหม่ที่ DLT เพิ่งออก)
– อายุ 1 ปี
– ทำที่ ขนส่งจังหวัด / สำนักงานใหญ่ จตุจักร
– ใช้เวลา 5–10 นาที
2) ใบขับขี่ไทยตัวจริง ต้องเป็นแบบที่ยังไม่หมดอายุ (ติดสำรองไว้ บางครั้งก็ถูกขอดู)
3) พาสปอร์ต
4) บัตรเครดิต ร้านที่ “บล็อกวงเงินมัดจำ” ต้องใช้บัตรเครดิตเท่านั้น แต่บางร้านรับเดบิต + เงินสด เช่น TOYOTA Rent a car แต่ แนะนำให้ใช้เครดิต เพื่อกันปัญหา
คำศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนเช่ารถญี่ปุ่น
レンタカー = REN TA CAR = รถเช่า
保険 = HO KEN = ประกัน
免責 = MEN SEKI = ค่าเสียหายส่วนแรก (excess)
スタッドレス = SU TAD DO RE SU = ยางหิมะ
4WD = ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ETC = ระบบแตะค่าทางด่วน
ドライブイン = DO RAI BU IN = จุดพักรถ (SA/PA)
ガス = GA SU = น้ำมัน
รู้คำศัพท์เหล่านี้ก็ช่วยเวลาไปคุยที่เคาน์เตอร์
วิธีเลือกขนาดรถให้เหมาะ (จากประสบการณ์จริง)
หลายคนจองรถ “ผิดขนาด” แล้วต้องเปลี่ยนรถหน้างาน ทำให้เสียเวลา นี่คือคำแนะนำตรงจากทริปจริง
ถ้ามี 2 คน + กระเป๋า 2 ใบ (26–28 นิ้ว) ➡️ Toyota Yaris, Aqua, Fit (Compact) : พอแน่น แต่โอเค
ถ้ามี 3–4 คน + สัมภาระเยอะ ➡️ Toyota Sienta, Toyota Roomy, Nissan Note e-Power : เหมาะสุด!
ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ 5–7 คน ➡️ Toyota Noah / Voxy / Serena : คุ้มและสบายที่สุดสำหรับทริปยาว
ถ้าขับภูเขาเยอะ (ฮาโกเน่ / นากาโนะ / ฮอกไกโด) ➡️ แนะนำ “ไฮบริด + 4WD” : ขับง่าย มีกำลังดี และประหยัดน้ำมันมาก (ฤดูหนาวเพิ่มยางหิมะไปด้วยนะ)
ต้องใช้ยางหิมะไหม? (คำถามที่ทุกคนผิดบ่อย)
โดยทั่วไปแล้ว ธ.ค.–มี.ค. ในพื้นที่มีหิมะ = ต้องใช้
โตเกียว–โอซาก้า ถ้าช่วงที่ไม่มีหิมะ = ไม่จำเป็น
ฟูจิ, นากาโนะ, โทโฮคุ, ฮอกไกโด = ใช้ตลอดฤดูหนาว
ถ้าไม่ได้ระบุ “Studless Tire” ในใบจอง = ร้านจะไม่ได้เตรียมรถให้ >> นี่คือปัญหาที่เจอบ่อยสุด
ลูกค้าไทยจองแล้วไม่ใส่ยางหิมะ → ไปถึงแล้วร้านไม่มีรถให้ ต้องรอ 1–2 ชม. (แต่ส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนให้แม้จะรอก็ตาม เพราะรถหลังจากเราคืนแล้วจะมีลูกค้าอื่นใช้ต่อ)
ดังนั้นเวลาจองเลือก Option ให้เลือกคำว่า “Winter Tire / Studless Tire” หรือ หากรถพร้อมยางหิมะไม่ว่าง ก็อาจต้องวางแผนรับรถสองช่วงแทน
วางแผนขับรถญี่ปุ่นแบบมือโปร
1) อย่าวางแผนแน่นเกินไป
คนมักวางแผนว่า : คาวากุจิโกะ → ฟูจิ → ฮาโกเน่ → ชิบุย่า ในวันเดียว ซึ่งแค่การจราจร + จุดถ่ายรูป ก็กินเวลาไปเยอะ
2) คำนวณเวลาตามจริงแบบญี่ปุ่น
・ในเมือง = 25–40 กม./ชม.
・นอกเมือง = 40–60 กม./ชม.
・ทางด่วน = 80–100 กม./ชม.
3) เผื่อเวลาหาที่จอดรถ บางเมือง เช่น เกียวโต, คาวากุจิโกะ, คานาซาว่า, โอซาก้า หาที่จอดยากมาก
4) วางแผนเติมน้ำมันทุกวัน
ปั๊มน้ำมันญี่ปุ่นปิดเร็วมาก ชนบทบางที่ปิด 17:00–18:00 น.
ระบบทางด่วนญี่ปุ่น (ต้องรู้ก่อนขับ)
ETC Card (แนะนำที่สุด)
แตะอัตโนมัติ > ค่าทางด่วนลดราคาบางเส้นและบางวัน > เร็ว ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลช่องผิด
ถ้าไม่มี ETC : ต้องจอดแล้วจ่ายเงินสด/บัตรที่ช่อง “一般 (ทั่วไป)” ช้า และบางครั้งมีคิว
Google Maps กับ Yahoo! どらいぶ — ใช้เจ้าไหนดีกว่า?
Google Maps
ข้อดี: คุ้นเคย ใช้ง่าย
ข้อเสีย: บางครั้งพาเลาะหมู่บ้าน หรือเข้าซอยแคบมากกก
Yahoo! Drive / Japan Navi
ข้อดี: เส้นทางญี่ปุ่นแม่นกว่า, ตัดซอยแคบ, เลือกหลีกเลี่ยงถนนเล็กได้
ข้อเสีย: หน้าตาไม่คุ้น
คำแนะนำ: ใช้ Google Maps เป็นหลัก + เปิด Yahoo Drive ดูซ้อนเพื่อเทียบเส้น
ประกันรถเช่าญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่ายที่สุด (อัปเดตล่าสุด)
1) CDW (Collision Damage Waiver) — ประกันขั้นต่ำที่ต้องมี
2) NOC (Non-Operation Charge) — ค่าปรับที่นักท่องเที่ยวโดนบ่อยสุด
3) Full Cover / Wide Plan / 安心パック
ระบบ 4WD + ยางหิมะ = ใช้เมื่อไหร่จำเป็น?
ยางหิมะ (Studless Tire / Snowtire)
ใช้เมื่อ:
・ฮอกไกโด (พ.ย.–มี.ค.) → บังคับ
・โทโฮคุ, นากาโนะ, กุนมะ, ฟูจิ (ธ.ค.–มี.ค.) → แนะนำมาก
・โตเกียว–โอซาก้า (ปกติไม่ต้อง แต่ถ้า “ตกหิมะแรง” อาจจำเป็น)
ข้อควรระวัง:
・ถ้าไม่ได้เลือก Option ยางหิมะตั้งแต่ตอนจอง → ไปถึงร้านมักจะไม่มีรถให้
・ยางหิมะช่วยเรื่อง “เบรกและรถเกาะถนน” ไม่ได้ทำให้ “ไม่ลื่นแบบ 100%” ต้องขับช้าๆ
ระบบ 4WD (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
เหมาะสำหรับ:
・ถนนลาดชัน + หิมะ (กุนมะ, นากาโนะ, ยูซาวะ)
・ฮอกไกโดช่วงม.ค.–ก.พ.
・ฟูจิที่มีน้ำแข็งพื้นถนน
ไม่จำเป็นกรณี:
・ขับในเมืองปกติ : โอซาก้า–เกียวโต–โกเบ
・ราคาเพิ่ม ~ 1,000–3,000 เยน/วัน แล้วแต่รุ่น
ค่าใช้จ่าย “จริง” สำหรับเช่ารถญี่ปุ่น (ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้)
คนมักคำนวณแค่ค่าเช่ารถ เช่น “6,000 เยน/วัน” แต่จริง ๆ ควรรวม:
1) ค่าทางด่วน (แพงพอสมควร) ค่าเฉลี่ยตามจริงจากทริปหลายร้อยรอบ:
・โตเกียว → ฟูจิ : 2,000–3,000 เยน/เที่ยว
・โตเกียว → ฮาโกเน่ : 2,000–2,500 เยน
・โตเกียว → นิกโก้ : 3,500–5,000 เยน
・คันไซ (โอซาก้า–เกียวโต–นารา) : 800–2,000 เยน/เที่ยว
・ฮอกไกโด : ถูกที่สุดในประเทศ
สรุปประมาณ: ทริป 3–4 วัน ใช้ทางด่วนราว 7,000–15,000 เยน
2) ค่าที่จอดรถ
・เมืองใหญ่: 300–600 เยน/30 นาที
・ต่างจังหวัด: ฟรีเยอะมาก
・โรงแรมในโอซาก้า/โตเกียว: 1,500–3,000 เยน/คืน
3) ค่าน้ำมัน
รถญี่ปุ่นส่วนมากประหยัดมาก โดยเฉพาะไฮบริด ค่าเฉลี่ย:
・Compact / Hybrid : 800–1,500 บาท/วัน
・Van 7 ที่นั่ง : 1,500–2,000 บาท/วัน
4) ค่าคืนรถต่างสาขา (One-way Drop Fee) เช่น:
・โตเกียว → ฟูจิ : 0–3,300 เยน
・โตเกียว → โอซาก้า : 20,000–40,000 เยน
・ฮอกไกโด (ซัปโปโร → ฮาโกดาเตะ) : 6,000–15,000 เยน
ทริค : ทริปโตเกียว → ฟูจิ → โตเกียว = ไม่ควรคืนคาวากุจิโกะ (ไม่มีเพราะช่วงท่องเที่ยวบางครั้งรถบัสเข้าโตเกียวแน่น หากนั่งรถไฟก็ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก)
เรื่องพลาดบ่อย (จากประสบการณ์ตรง)
1) จองรถแบบไม่มียางหิมะ
ไปถึงแล้ว “ไม่มีรถให้” เพราะเต็มหมด ต้องรอ 2–3 ชั่วโมงหรือโดนปรับอัปเกรด
2) ไม่เลือก ETC
ทำให้เสียเวลามากทุกด่าน บางจุดรถติดเพราะเป็นทางแคบในภูเขา
3) จองรถเล็กไป
3–4 คน + กระเป๋าใบใหญ่ = ใส่ไม่พอต้องขอเปลี่ยนรถหน้างาน → แพงขึ้น 40–80%
4) Google Maps พาเข้าซอยบ้านคน
เจอบ่อยสุดในโอซาก้า เกียวโต โตเกียว บางซอยเล็กกว่า “ตรอกบางรัก” ในไทยอีก รถสวนกันไม่ได้ ต้องถอยหลังยาวมาก
5) เติมน้ำมันผิดประเภท
・น้ำมันญี่ปุ่นมี Regular / High-octane / Diesel (ดีเซล)
・ถ้าเติมผิดต้องล้างถัง → 30,000–70,000 เยน
ทริค: ดูสติ๊กเกอร์ที่ฝาถัง ❌ ห้ามเดาเด็ดขาด
6) คืนรถไม่ทันเวลา
ส่วนใหญ่คิดค่าปรับ 1 ชม. = เพิ่มอีก 1 วัน
7) ไม่ซื้อประกัน NOC
รอยเล็ก ๆ เช่น ชนขอบคุณมากครับกำแพง・เฉี่ยวเสา・กระจกโดนหิน → โดน 30,000–50,000 เยนทันที
8) ไม่รู้กฎจอดรถ
ญี่ปุ่นเคร่งมาก จอดผิด = โดนติดสติ๊กเกอร์ ค่าเสียหายรวม ๆ = 18,000–22,000 เยน
9) ใช้ Navi โรงแรมผิด
เวลาใส่ชื่อโรงแรมเป็น Alphabet → Navi ไม่เจอ ควรใช้ “หมายเลขโทรศัพท์โรงแรม” แม่นที่สุดในญี่ปุ่น
ทริค :
ค้นหา Mapcode ด้วย Application NaviBridge พวกเราคงเคยใช้ https://japanmapcode.com/en
ค้นหา Mapcode ใช้กับ Navigation ของรถเช่าที่ญี่ปุ่น แต่พักหลัง ๆ Japanmapcode ไม่ค่อยเสถียร ค้นไม่ได้ซะงั้น
ขอแนะนำ Application #NaviBridge มีทั้ง Android และ IOS ของค่าย DENSO ซึ่งเป็นผู้คิดค้น Mapcode เป็นเจ้าแรกโดย Feature หลัก ๆ มีดังนี้
・ค้นหา Mapcode ได้ง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น
・ส่งผ่าน Bluetooth ไปยัง Navigation รถ หรือ Copy มาใช้
・ส่งข้อมูลไปยัง Application นำทาง เช่น Google Map
・สามารถสร้าง Route / แผนขับรถของตัวเอง
・สร้าง Bookmark, Favorite, Share กับกลุ่มเพื่อน ๆ
ทั้งหมดนี้ #ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องง้อ Japanmapcode
ขั้นตอนรับรถเช่าที่ญี่ปุ่น (แบบละเอียดสุด)
1) ไปถึงเคาน์เตอร์
พนักงานจะขอ: พาสปอร์ต・ใบขับขี่ไทย・ใบขับขี่สากล (IDP 1949)・บัตรเครดิต
ถ้าคุณมาสายในช่วงเร่งด่วน (9:00–11:00) อาจต้องรอ 10–20 นาที
2) เลือกแผนประกัน / ตรวจรายการจอง
จุดนี้พนักงานจะให้เลือก: ประกันเพิ่ม (ถ้าจองแผนพื้นฐานมา)・ยางหิมะ (ถ้ายังไม่ได้เลือกตอนจอง)・เติมน้ำมันแบบ pre-paid (ไม่แนะนำ)
Pro Tip: บอกว่า “Full Support, NOC included please.” หรือ 「安心パックでお願いします “AN SHIN PAK KU DE O NE GAI SHI MASU”」จะได้แบบสบายใจสุด
3) รับกุญแจ + คู่มือ Navi
ส่วนมากจะเป็นระบบ Smart Key พนักงานจะถามว่า: ใช้ Google Maps หรือ Navi ดี?・ต้องตั้งภาษาหรือไม่?
4) ตรวจสภาพรถรอบคัน
สำคัญมาก! ถ่ายรูป / ถ่ายวิดีโอรอบคันเลย
สิ่งที่ต้องดู : รอยขีด・ดอกยาง・กันชน・กระจก・ล้อ・ไฟหน้าไฟท้าย・รอยบุบเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ยาก・ถ้าเจอรอยแม้เล็กมาก ให้แจ้งเลย
“店員さん、ここ傷あります。” = TEN IN SAN, KOKO KIZU A RI MASU
5) เช็คอุปกรณ์ที่ควรมี
ETC Card・สายชาร์จ・หมายเลขติดต่อฉุกเฉิน・ที่ปัดหิมะ (เฉพาะหน้าหนาว)
วิธีขับรถในญี่ปุ่นแบบมือโปร
1) ขับช้า = ปลอดภัยที่สุด
ความเร็วที่แนะนำ: ในเมือง: 40・นอกเมือง: 50–60・ทางด่วน: 80–100
ญี่ปุ่นจับความเร็วด้วยกล้องเยอะ และค่าปรับหนัก
หลายท่านมาแชร์ประสบการณ์ขับรถด้วยความเร็ว แล้วไม่โดนตำรวจจับ อยากให้พวกเราระมัดระวังนะครับ เนื่องจากค่าปรับแพงมากนะครับ ไม่โดนจับ ไม่ได้แปลว่าควรทำนะครับ ตัวอย่างค่าปรับ
・เกิน 15-25 km/h ปรับ 9,000-15,000 เยน
・เกิน 25-30 km/h ปรับ18,000-25,000 เยน
・เกิน 30-40 km/h ปรับ25,000-35,000 เยน
・เกิน 40-50km/h ปรับ60,000-80,000 เยน
・เกิน 50km/h ขึ้นไปปรับ80,000-100.000 เยน
2) ไฟเขียวกระพริบแบบฝั่งญี่ปุ่น
ไฟลูกศรเขียว → เลี้ยวได้เลย แต่ถ้ากระพริบ → หมายถึง “ระวังคนเดิน”
3) วงเวียนญี่ปุ่นขับง่ายกว่าไทย
เข้าช่องซ้าย → หมุนซ้าย ถ้าพลาด → ออกจุดถัดไปได้เลย
4) การเลี้ยวในทางแคบ
บ้านคนญี่ปุ่นถนนเล็กมาก ทิปสำคัญ: อย่าเชื่อ Google Maps 100%
・ถ้าซอยแคบเกินไป ให้ขับเลยแล้วหาเส้นใหญ่เข้าใหม่・อย่าฝืนเข้าซอยที่รถสวนกันไม่ได้
5) ขึ้น–ลงทางด่วน
ป้ายที่ต้องจำ: 入口 = ทางเข้า・出口 = ทางออก・料金所 = ด่านจ่ายเงิน・ETC専用 = ช่อง ETC เท่านั้น・一般 = จ่ายเงินสด/บัตร
ถ้าไม่มี ETC ห้ามเข้าช่อง ETC เด็ดขาด
6) ที่จอดรถแบบหยอดเหล็ก (Coin Parking)
วิธีใช้ง่ายมาก:
จอด → แท่งเหล็กจะเด้งขึ้น
ไปที่ตู้หยอดเงินตอนจะออก
ใส่หมายเลขช่อง
จ่าย
แท่งเหล็กจะลดลง
ขับออกได้เลย
ทริค: เสนอว่าใช้ เหรียญเยอะนิดนึง จะเร็วกว่า
ขับในหน้าหนาวต้องรู้อะไรบ้าง? ข้อแนะนำการขับรถในฤดูหนาวที่ญี่ปุ่น
สำหรับผู้ที่ต้องการขับรถระหว่าง พฤศจิกายน–มีนาคม
1. เช่ารถและยางหิมะ
・หากขับในพื้นที่มีหิมะ ต้อง เช่ารถพร้อมยางหิมะ (Snow tires/Studless tires) เท่านั้น
・แนะนำตรวจสภาพอากาศล่วงหน้าที่ AccuWeather
・บางบริษัทรถเช่าใน Hokkaido ให้ยางหิมะฟรี แต่บางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
・แจ้งแผนการเดินทางจริง หากขับในพื้นที่หิมะ แต่ไม่ได้เช่ายางหิมะ บริษัทอาจปฏิเสธการเช่ารถ และประกันอาจไม่คุ้มครอง
2. การเตรียมรถก่อนขับ
・เปิด Defrost กระจกทันที : ปุ่มรูปหน้ากระจก → ละลายน้ำแข็งเร็วมาก
・ต้องเอาหิมะออกจากตัวรถให้หมด ด้วยนะครับ เพราะเวลาเบรคแรง ๆ หิมะจากหลังคาอาจจะลงมาปิดกระจกหน้าเป็นอันตรายแต่ตัวเราและผู้ร่วมทาง
・เคลียร์หิมะออกจาก หลังคา กระจกหน้า–หลัง และไฟ
・เปิดเครื่องและ Heater 10–15 นาที เพื่อให้ง่ายต่อการเอาหิมะออก
・ห้ามใช้น้ำเปล่าล้างกระจก เพราะจะกลายเป็นน้ำแข็ง ใช้ไม้ขูดหิมะหรือสเปรย์ละลายหิมะ (De-icer spray)
3. เทคนิคขับบนหิมะและน้ำแข็ง
・ทดสอบเบรกเบา ๆ ก่อนออกตัว
・ห้ามเบรกแรง : ต้องค่อย ๆ เบรก เพราะพื้นลื่น
・ใช้ความเร็วพอเหมาะ ไม่ขับจี้ท้าย
・หากเจอ Black ice: ชะลอความเร็ว, ไม่เหยียบเบรกแรง, ขยับพวงมาลัยให้น้อยที่สุด (Black Ice คือพื้นน้ำแข็งที่มองไม่เห็น เกิดแถว : กลุ่มหิมะหนาแน่น・ใต้สะพาน・ช่วงเช้ามืด)
・สังเกต ลูกศรสีแดงขอบถนน ช่วยบอกแนวขอบถนนเมื่อหิมะตกหนัก
4. การขับบนทางด่วน
・ปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็ว (50–80 กม./ชม., 40–50 กม./ชม. เมื่อรถเกลี่ยหิมะทำงาน)
・อาจมีด่านตรวจ ยางหิมะ หรือ Snow chain หากมีประกาศเตือนหิมะตกหนัก
・Snow chain ต้องติดตั้งในพื้นที่กำหนด และถอดออกทันทีเมื่อไม่จำเป็น
・ดูวิธีติดตั้งได้ที่: YouTube Video
5. คำแนะนำสำคัญ
・ขับรถในฤดูหนาว เสี่ยงสูงกว่า ปกติ ต้องระมัดระวังอย่างมาก
・ปฏิบัติตามกฎจราจรและประกาศเตือนหิมะอย่างเคร่งครัด
・หากได้รับแจ้งหิมะตกหนัก ควร หลีกเลี่ยงการขับขี่
ขั้นตอนคืนรถแบบถูกต้อง (ไม่โดนชาร์จเพิ่ม)
1) เติมน้ำมันเต็ม
ปั๊มน้ำมันที่ควรรู้ : セルフ = เติมเอง (ถูกกว่า)・フルサービス = พนักงานเติมให้
ควรเก็บใบเสร็จปั๊มเผื่อร้านถาม
2) อย่ามาสายแม้ 5 นาที
หลายบริษัทคิด “เลย 1 ชม. = คิด 1 วันเต็ม”
3) พนักงานจะตรวจรอยรอบคัน
สิ่งที่เจอประจำ:
・ขูดประตูเวลาจอดลานแคบ
・รอยล้อเฉี่ยวฟุตบาท
・กระจกโดนหินดีด
・กันชนครูดเวลาเลี้ยวลงเนิน
ถ้าซื้อประกันเต็ม + NOC → ส่วนมากไม่เสียเพิ่ม
4) ลงลายเซ็น + รับสลิปคืนรถ
เก็บเอกสารทั้งหมดไว้จนกลับไทย
เคล็ดลับ “มือโปร” จากไกด์ทัวร์ที่พาลูกค้าขับมาทั่วญี่ปุ่น
⭐ 1) ใช้หมายเลขโทรศัพท์โรงแรมแทนพิมพ์ชื่อใน Google Maps แม่นที่สุด ไม่มีผิดพลาด
⭐ 2) ใช้ SA/PA (จุดพักทางด่วน) ให้เป็นมีของกิน น้ำ ห้องน้ำ สะดวกมาก บางแห่งวิวสวยจนอยากแวะถ่ายรูป
⭐ 3) เปิดปิดไฟหน้าเป็น AUTO ตลอดทริป
⭐ 4) ถ้ามีเด็กหรือผู้สูงอายุ เลือก “รถไฮบริด” เงียบ นุ่ม ไม่เวียนหัว
⭐ 5) เลือกคืนรถสาขาใหญ่ (สถานี / สนามบิน) รวดเร็ว ปัญหาน้อย
⭐ 6) ถ้าเจอซอยแคบ → อย่าฝืน 99% ของอุบัติเหตุเล็ก ๆ เกิดจาก “ซอยแคบในบ้านคน”
⭐ 7) ขับตามรถญี่ปุ่นคันหน้าเสมอ เขาจะเลือกเส้นที่ปลอดภัยกว่าเส้นที่ Maps แนะนำ
⭐ 8) หากเช่ารถขับในญี่ปุ่น ตรวจสอบการจราจร Live ได้ที่ https://en-www.drivetraffic.jp/map.html
บทสรุป: ถ้าอยากขับรถเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุก ปลอดภัย และคุ้มที่สุด
จองล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะช่วงหิมะ
เลือกรถตาม “ขนาดกระเป๋า” ไม่ใช่ตามจำนวนคน
ทำประกันแบบ Full Cover (NOC) สบายใจกว่าเยอะ
คำนวณค่าทางด่วนก่อนเดินทาง
ศึกษากฎการขับรถพื้นฐาน
ถ้าไปหิมะ – ยางหิมะคือเรื่องสำคัญที่สุด
แค่เตรียมครบทุกข้อการเตรียมเอกสาร การเลือกรถ ระบบถนนและทางด่วน ไปจนถึงกฎจราจรและมารยาทในการขับขี่ เพื่อให้คุณขับเที่ยวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอดเส้นทาง
การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในทริปที่สนุกที่สุดในชีวิตแน่นอน
สำหรับรายละเอียดกรุณาตรวจสอบที่ Line OA : @omakaseplan หรือคลิ๊ก https://lin.ee/YZp5rlP

